วันอาทิตย์ที่ 17 มกราคม พ.ศ. 2559

สวนประกอบของ Tablet และ Software ที่ใช้งานภายใน Tablet

ส่วนประกอบของ tablet 
ยกตัวอย่าง Motorola Xoom android honeycomb tablet
โรงเรียน iFixIt นักแล่อุปกรณ์ IT แห่งยุค ข้อดีเวลาดูการแยกอุปกรณ์ออกมาเป็นชิ้นจะทำให้เห็นความสามารถที่แท้จริงของเจ้าอุปกรณ์นั้นๆ มาดูกันว่า Motorola Xoom android honeycomb tablet ตัวแรกของโลกข้างในนั้นมันมีส่วนประกอบอะไรกันบ้าง อู้วว!
Motorola Xoom ด้านหน้า ขนาด 10.1", WXGA 720p (1280 x 800) 
Motorola Xoom ด้านหลัง
กล้องหลัง 5 MP กล้องหน้า 2 MP
ช่องใส่ SIM Card สำหรับ LTE
ฝาหลังแยกเป็นสองชิ้น พร้อมลำโพงสเตอริโอซ้ายขวา

ตรงกลาง แบตเตอรี่ ขนาด 3250 mAh
24.1 watt-hour lithium ion polymer
ชิ้นนี้แหละที่จะเป็น LTE chipset อัพเกรดในอนาคต
ลำโพง
Mainboard ชิ้นส่วนสำคัญ CPU และ chipset ส่วนใหญ่อยู่บนแผ่นนี้
Mainboard ด้านหน้า
ส่วนประกอบ:
สีแดง - Broadcom BCM4329 802.11n Wi-Fi, Bluetooth 2.1, and FM Tuner.
Broadcom BCM4750 Single-Chip AGPS
สีส้ม - Hynix H8BCSOQG0MMR 2-chip memory
สีเหลือง - AKM 8975 Electronic Compass
สีฟ้า - Qualcomm MDM6600 supporting HSPA+ speeds of up to 14.4 Mbps
สีน้ำเงิน - Nvidia Tegra T2 dual-core ARM Cortex-A9 CPU and ultra-low power GeForce GPU
สีชมพู - Texas Instruments 54331 Step Down SWIFT DC/DC Converter with Eco-Mode
สีดำ - Samsung K4P4G154EC DRAM
Mainboard ด้านหลัง
ส่วนประกอบ:
สีแดง - Qualcomm PM8028 RF Power Management IC
สีส้ม - Atmel TINY45 8-bit RISC-based Microcontroller with 4KB in-system programmable flash
สีเหลือง - Toshiba THGBM2G8D8FBA1B NAND Flash
สีฟ้า - ST Ericsson CPCAP 2.2TC22 DC Power Management
กระจกครอบและ MultiTouch
Touchscreen controller: Atmel mXT1386 รองรับได้สูงสุดถึง 15 จุด!!
กระจกแยกจากหน้าจอ แตกสามารถเปลี่ยนได้



Operating System in Tablet (ระบบปฏิบัติการภายในแท็บเลต)

        Android
แอนดรอยด์ (อังกฤษAndroid) เป็นระบบปฏิบัติการที่มีพื้นฐานอยู่บนลินุกซ์ ในอดีตถูกออกแบบมาสำหรับอุปกรณ์ที่ใช้จอสัมผัส เช่นสมาร์ตโฟน และแท็บเล็ตคอมพิวเตอร์ ปัจจุบันได้แพร่ไปยังอุปกรณ์หลายชนิดเพราะเป็นมาตรฐานเปิด เช่น Nikon S800C กล้องดิจิตอลระบบแอนดรอยด์ หม้อหุงข้าว Panasonic ระบบแอนดรอยด์ และ Smart TV ระบบแอนดรอยด์ รวมถึงกล่องเสียบต่อ TV ทำให้สามารถใช้ระบบแอนดรอยด์ได้ด้วย Android Wear นาฬิกาข้อมือระบบแอนดรอด์ เป็นต้น ถูกคิดค้นและพัฒนาโดยบริษัท แอนดรอยด์ (Android, Inc.) ซึ่งต่อมา กูเกิล ได้ทำการซื้อต่อบริษัทในปี พ.ศ. 2548 แอนดรอยด์ถูกเปิดตัวเมื่อ ปี พ.ศ. 2550 พร้อมกับการก่อตั้งโอเพนแฮนด์เซตอัลไลแอนซ์ ซึ่งเป็นกลุ่มของบริษัทผลิต ฮาร์ดแวร์,ซอฟต์แวร์ ละการสื่อสารคมนาคม ที่ร่วมมือกันสร้างมาตรฐานเปิด สำหรับอุปกรณ์พกพา โดยสมาร์ตโฟนที่ใช้ระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์เครื่องแรกของโลกคือ เอชทีซี ดรีม วางจำหน่ายเมื่อปี พ.ศ. 2551
แอนดรอยด์เป็นระบบปฏิบัติการโอเพนซอร์ซ และกูเกิลได้เผยแพร่ภายใต้ลิขสิทธิ์อาปาเช ซึ่งโอเพนซอร์ซจะอนุญาตให้ผู้ผลิตปรับแต่งและวางจำหน่ายได้ (ภายใต้เงื่อนไขที่กูเกิลกำหนด) รวมไปถึงนักพัฒนาและผู้ให้บริการเครือข่ายด้วย อีกทั้งแอนดรอยด์ยังเป็นระบบปฏิบัติการที่รวมนักพัฒนาที่เขียนโปรแกรมประยุกต์ มากมาย ภายใต้ภาษาจาวาในเดือนตุลาคม พ.ศ. 2555 มีโปรแกรมมากกว่า 700,000 โปรแกรมสำหรับแอนดรอยด์ และยอดดาวน์โหลดจากกูเกิล เพลย์ มากถึง 2.5 หมื่นล้านครั้ง จากการสำรวจในช่วงเดือน เมษายน ถึง พฤษภาคม ในปี พ.ศ. 2556 พบว่าแอนดรอยด์เป็นระบบปฏิบัติการที่นักพัฒนาเลือกที่จะพัฒนาโปรแกรมมากที่สุด ถึง 71%
ปัจจัยเหล่านี้ทำให้แอนดรอยด์เป็นระบบปฏิบัติการที่ใช้กันอย่างแพร่หลายในปัจจุบัน นำหน้าซิมเบียน ในไตรมาสที่ 4 ของปี พ.ศ. 2553และยังเป็นทางเลือกของผู้ผลิตที่จะใช้ซอฟต์แวร์ ที่มีราคาต่ำ, ตอบสนองความต้องการของผู้ใช้ได้ดี สำหรับอุปกรณ์ในสมัยใหม่ แม้ว่าแอนดรอยด์จะดูเหมือนได้รับการพัฒนาเพื่อใช้กับสมาร์ตโฟนและแท็บเล็ต แต่มันยังสามารถใช้ได้กับโทรทัศน์เครื่องเล่นวิดีโอเกมกล้องดิจิทัล และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์อื่นๆ แอนดรอยด์เป็นระบบเปิด ทำให้นักพัฒนาสามารถพัฒนาคุณสมบัติใหม่ๆ ได้ตลอดเวลา
ส่วนแบ่งทางการตลาดของสมาร์ตโฟนแอนดรอยด์ นำโดยซัมซุง มากถึง 64% ในเดือนมีนาคม พ.ศ. 2556 เดือนกรกฎาคม พ.ศ. 2556 มีอุปกรณ์ที่ใช้ระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์มากถึง 11,868 รุ่น จาก 8 เวอร์ชันของระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์ ความสำเร็จของระบบปฏิบัติการทำให้เกิดคดีด้านการละเมิดสิทธิบัตรที่เรียกกันว่า "สงครามสมาร์ตโฟน" (smartphone wars) ระหว่างบริษัทผู้ผลิต ในเดือนพฤษภาคม พ.ศ. 2556 โปรแกรม 4.8 หมื่นล้านโปรแกรมได้รับการติดตั้งบนอุปกรณ์จากกูเกิล เพลย์ และในวันที่ 3 กันยายน พ.ศ. 2556 มีอุปกรณ์ที่ใช้ระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์ 1 พันล้านเครื่อง ได้ถูกเปิดใช้งาน

IOS (Apple)
          ระบบปฏิบัติการไอโอเอส (iOS) มีชื่อเดิมว่า iPhone OS เริ่มต้นด้วยการเปิดตัวของ iPhone เมื่อวันที่ 29 มิถุนายน 2550 ระบบปฏิบัติการไอโอเอส (iOS) เป็นระบบปฏิบัติการสำหรับสมาร์ทโฟน (Smartphone) ของแอปเปิล โดยเริ่มต้นพัฒนาสำหรับใช้ในโทรศัพท์ iPhone และได้พัฒนาต่อใช้สำหรับ iPot Touch และiPad โดยระบบปฏิบัติการนี้สามารถเชื่อมต่อไปยังแอ็ปสตอร์สำหรับการเข้าถึงถึงแอพพลิเคชั่น(Application) มากกว่า 300,000 ตัว ซึ่งมีการดาวน์โหลดไปมากกว่าห้าพันล้านครั้ง แอปเปิลได้มีการพัฒนาปรับปรุงสำหรับ iPhone, iPad และ iPod Touch ผ่านทางระบบ iTunes คือโปรแกรมฟรี สำหรับ Mac และ PC ใช้ดูหนังฟังเพลงบนคอมพิวเตอร์ รวมทั้งจัดระเบียบและ sync ทุกๆอย่าง และเป็นร้านขายความบันเทิงบนคอมพิวเตอร์, บน iPod touch, iPhone และ iPad ที่มีทุกๆอย่างสำหรับคุณ ในทุกที่และทุกเวลา พัฒนาระบบรักษาความปลอดภัยให้มีความเป็นเลิศ ซึ่งนี้คือข้อได้เปรียบ เมื่อเทียบกับคู่แข่ง

ระบบปฏิบัติการไอโอเอส (iOS) 1.x
เริ่มต้นปล่อย OS เข้าสู่ตลาด
ระบบปฏิบัติการไอโอเอส (iOS) 2.x
          เป็นการปล่อย ระบบปฏิบัติการไอโอเอส (iOS) รุ่นที่สอง ที่ใช้ได้กับการเปิดตัวของ iPhone 3G โดยอุปกรณ์ที่ใช้ 1.x จะเลื่อนไปรุ่นนี้ รุ่นของ OS ที่จะแนะนำที่ App Store ทำให้สามารถใช้ได้กับ iPhone และ iPod Touch แต่หลังจากที่มีอัพเกรดครั้งใหญ่ใน ระบบปฏิบัติการไอโอเอส(iOS) 4 Apple ได้ยกเลิก ระบบปฏิบัติการไอโอเอส (iOS) 2 เป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดย iPhone และ iPod Touch ที่ใช้ระบบปฏิบัติการ ระบบปฏิบัติการไอโอเอส (iOS) 2 นั้นจะไม่สามารถเข้าไปใช้งาน App Store ได้ ซึ่งสำหรับผู้ที่ใช้ iPod Touch รุ่นเก่าที่ไม่ได้ปรังปรุงระบบปฏิบัติการไอโอเอส (iOS) 3.0 นั้นจะไม่สามารถใช้งาน App Store ได้
ระบบปฏิบัติการไอโอเอส (iOS) 3.x
          ใช้ได้กับ iPhone 3GS มันถูกปล่อยออกเมื่อ 17 มิถุนายน 2552 รุ่นนี้จะเพิ่มคุณสมบัติที่ต้องการมากขึ้น อุปกรณ์ที่ใช้ 2.x ถูกอัพเกรดเป็น ระบบปฏิบัติการไอโอเอส (iOS) 3.xนี้ สำหรับการสนับสนุน ระบบปฏิบัติการไอโอเอส (iOS)3 ของ Apple นั้นจะสิ้นสุดลงเมื่อถึงปีหน้าที่ ระบบปฏิบัติการไอโอเอส (iOS)5 ได้ทำการเปิดตัว และเมื่อ ระบบปฏิบัติการไอโอเอส (iOS)5 ได้ทำการเปิดตัวนั้นก็คงจะเป็นจุดจบของ iPhone และ iPod Touch รุ่นที่ไม่สามารถอัพเกรดเป็น ระบบปฏิบัติการไอโอเอส (iOS)4 ได้
ระบบปฏิบัติการไอโอเอส (IOS) 4.x
         ระบบปฏิบัติการไอโอเอส (iOS) 4 มีการให้บริการแก่ประชาชนสำหรับ iPhone และ iPod touch เมื่อ 21 มิถุนายน 2554 นี้เป็นครั้งแรก ปล่อย iOS ที่สำคัญที่สนับสนุนสำหรับอุปกรณ์บางอย่าง คือ iPhone 3G และ iPhone 4, 3GS iPhone, iPod และ iPod touch 4 สำหรับ iPad ได้ถูกเพิ่มเข้ามาด้วยการเปิดตัวของ ระบบปฏิบัติการไอโอเอส(IOS) 4.2.1 เมื่อ 22 พฤศจิกายน 2554
ระบบปฏิบัติการไอโอเอส (iOS) 5.x
          แอปเปิลประกาศเปิดตัวระบบปฏิบัติการใหม่ ระบบปฏิบัติการไอโอเอส (iOS) 5.0 ขึ้นมา โดยมีฟีเจอร์ใหม่ร่วม 200 รายการ ระบบปฏิบัติการ ระบบปฏิบัติการไอโอเอส (iOS) 5 จะพร้อมให้ดาวน์โหลดไปติดตั้งได้ในช่วงประมาณเดือนกันยายน 2554 อุปกรณ์ที่จะสามารถติดตั้งระบบปฏิบัติการ ระบบปฏิบัติการไอโอเอส (iOS)เวอร์ชั่น 5 นี้ ได้แก่ iPhone 4 ,iPhone 3GS ,iPad 2 ,iPad, iPod touch 4 ,iPod touch 3 โดยมีความโดดเด่นคือ ระบบ iCloud ซึ่งเป็นระบบซิงก์ข้อมูลอัตโนมัติแบบไร้สายระหว่างอุปกรณ์ต่างๆผ่านศูนย์ข้อมูลของ Apple ซึ่งให้บริการฟรี เช่น iTunes wifi sync ทำการซิงก์ข้อมูลกับโปรแกรม iTunes โดยไม่ต้องต่อสาย และสามารถทำการซิงก์อัตโนมัติขณะไม่ใช้งานเครื่อง , Airplay mirror ส่งภาพจากหน้าจอไปปรากฏบนหน้าจอทีวีใหญ่ผ่านเครื่อง , Apple TV PC free ไม่ต้องต่ออุปกรณ์เข้ากับคอมพิวเตอร์เพื่อใช้งาน เช่นเมื่อซื้ออุปกรณ์มาใหม่ สามารถเปิดใช้งานได้เลยไม่ต้องต่อเข้าซิงก์กับคอมพิวเตอร์ที่มี iTunes อีก นอกจากนี้ยังสนับสนุนการดาวน์โหลดอัพเดทโปรแกรมและระบบแบบไร้สาย หรือ OTA โดยไม่ต้องต่ออุปกรณ์เข้ากับคอมพิวเตอร์, สนับสนุนการอัพเดทโปรแกรมแบบ Delta update คือการดาวน์โหลดเฉพาะสิ่งที่เปลี่ยนไปจากโปรแกรมเวอร์ชันเดิมโดยไม่ต้องโหลดใหม่หมดทั้งโปรแกรม ช่วยลดระยะเวลาการดาวน์โหลด
ระบบปฏิบัติการไอโอเอส (iOS) 6.x
          iOS 6 ได้ประกาศเมื่อ 11 มิถุนายน 2012 ณ ของ Apple WWDC เหตุการณ์ปราศรัย 2012 มีอยู่มากกว่า 200 คุณสมบัติใหม่ใน iOS 6 ได้แก่ หน้าซอฟต์แวร์ทำแผนที่แอปเปิลใหม่ เปิดโดยเปิดนำร่องการจราจรและสะพานลอย, สิริสนับสนุนiPad Generation, 3 กีฬาภาพยนตร์และร้านอาหารของ Facebook บูรณาการ (คล้ายกับTwitte rบูรณาการใน iOS 5) โพสต์โดยตรงไปยัง Facebook, รายชื่อ, ปฏิทิน Apps และชอบและเพลงที่ใช้ร่วมกันภาพ Stream สิ่งอำนวยความสะดวก App โทรศัพท์ใหม่, iCloud แท็บใน Safari , สิ่งอำนวยความสะดวก Accessablity ใหม่

Ver
หน้าจอหลัก (Home screen)
เป็นส่วนแสดงข้อมูลที่ประกอบด้วย application ที่มีบนเครื่อง ซึ่ง Application เหล่านี้รองรับการทำงานในระบบปฏิบัติการiOS  สามารถดาวน์โหลดหรือซื้อได้ที่ Apple’s store หรือผ่านเว็บไซต์ของแอปเปิลได้โดยตรง การใช้งานทำได้ง่ายและสะดวกเพียงนำนิ้วจิ้มหรือแตะไปที่รูปไอคอนที่ต้องการใช้งาน
i1
แฟ้มข้อมูล (Folders)
iOS 4 การแนะนำของระบบโฟลเดอร์ที่เรียบง่ายมา เมื่อใช้งานอยู่ในโหมด “กระตุก” ใด ๆ สองสามารถลากด้านบนของแต่ละอื่น ๆ เพื่อสร้างโฟลเดอร์และจากนั้นมาปพลิเคชันเพิ่มเติมสามารถเพิ่มลงในโฟลเดอร์โดยใช้ขั้นตอนเดียวกันได้ถึง 12 บน iPhone และ iPod touch และ 20 ใน iPad ชื่อสำหรับโฟลเดอร์ที่ถูกเลือกโดยอัตโนมัติตามประเภทของการใช้งานภายใน แต่ชื่อยังสามารถแก้ไขได้โดยผู้ใช้
i2
การแจ้งเตือน (Notification)
ใน iOS 5 ปรับปรุงคุณลักษณะการแจ้งเตือนที่ถูกออกแบบใหม่อย่างสมบูรณ์ เพื่อให้การทำงานรวดเร็วและตอบสนองความต้องการของผู้ใช้ได้ง่ายขึ้น
i3

       Windows phone
       ในปัจจุบัน Windows Phone ของ Microsoft เป็น OS บนสมาร์ทโฟนและแท็บเล็ตที่กำลังเติบโตในตลาดสมาร์ทโฟนและแท็บเล็ตโลกขึ้นอย่างต่อเนื่องตลอด 2 ปีที่ผ่านมาและในอนาคตอันใกล้นี้ก็ดูเหมือนว่าจะมีอัตราส่วนแบ่งทางการตลาดเพิ่มขึ้นอีกอย่างแน่นอนจากกระแสตอบรับของผู้บริโภคทั่วโลกค่อนข้างดีแม้จะไม่สูงเท่ากับ 2 OS หลักในปัจจุบันอย่าง Android และ iOS ก็ตาม และเชื่อว่าอาจมีอีกหลายๆ คนที่อาจจะยังไม่รู้จักว่า Windows Phone OS จาก Microsoft นี้มีที่มาอย่างไร? และทำไมถึงได้รับความสนใจจากผู้บริโภคเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องเรื่อยๆ บทความนี้จะพาไปรู้จัก Windows Phone OS จาก Microsoft ให้มากขึ้นแบบง่ายๆ กัน
ความเป็นมาของ Windows Phone (Windows Mobile)
Windows Phone นั้นเป็นทายาทโดยตรงของ Windows Mobile ซึ่งเป็นระบบปฏิบัติการบนอุปกรณ์พกพาที่ทาง Microsoft พัฒนาขึ้นมาตั้งแต่แรกเริ่มก่อนที่จะเปลี่ยนชื่อมาเป็น Windows Phone แบบในปัจจุบัน ซึ่ง Windows Phone หรือ Windows Mobile นั้นเป็นระบบปฏิบัติการบนสมาร์ทโฟนและแท็บเล็ตที่เป็นสิทธิบัตรของ Microsoft บริษัทยักษ์ใหญ่วงการ IT 
โดยจุดเริ่มต้นของ Windows Phone (Windows Mobile) นั้นเริ่มจากการที่ทาง Microsoft ตั้งใจที่จะพัฒนาระบบปฏิบัติการบนอุปกรณ์พกพา (Handheld Personal Computer: HPC) ที่เป็นของตนเองขึ้นมาและเพื่อต้องการที่จะตอบโต้การมาของ Plam OS ในสมัยอดีตด้วยนั้นเอง ซึ่งในสมัยนั้นทาง Microsoft มองว่า Plam OS เป็นวายร้ายกับบริษัทเป็นอย่างมากโดยเฉพาะในด้านของการตลาด แต่ในขณะที่ตัว HPC ของ Microsoft เองนั้นก็ยังมีข้อจำกัดอยู่หลายอย่างที่ทำให้อาจไม่สามารถสู้กับคู่แข่งได้ จึงทำให้ทาง Microsoft ต้องแก้เกมส์ด้วยการซุ่มพัฒนาระบบปฏิบัติการ Windows CE ขึ้นมาใหม่เพื่อนำมาใช้งานบน HPC ของบริษัทเองและรวมถึงการนำไปใช้เป็นพื้นฐานในการพัฒนาระบบปฏิบัติการอย่าง Windows Phone (Windows Mobile) ในเวอร์ชั่นต่อๆ มาด้วยนั้นเอง
เวอร์ชั่นของ Windows Phone (Windows Mobile)
เวอร์ชั่นของ Windows Phone หรือ Windows Mobile นั้นเริ่มมาตั้งแต่ปี 1998 ในยุคสมัยที่ Plam เป็นอุปกรณ์ PC พกพาที่ได้รับความนิยมและใช้งานกันเป็นอย่างมาก ซึ่งเวอร์ชั่นหลักของ Windows Phone มีมาทั้งหมด 13 เวอร์ชั่นแล้ว มีรายละเอียดดังนี้
  • Palm PC V 1.0/1.2 เปิดตัวเดือนมกราคม 1998
  • Pocket PC 2000 (Palm-size PC V2) เปิดตัวเดือนเมษายน 2000
  • Pocket PC 2002 เปิดตัวเดือนตุลาคม 2001
  • Windows Mobile 2003 เปิดตัวเดือนมิถุนายน 2003
  • Windows Mobile 2003 Second Edition เปิดตัวเดือนมีนาคม 2005
  • Windows Mobile 5.0 เปิดตัวเดือนพฤษภาคม 2005
  • Windows Mobile 6.0 เปิดตัวเดือนกุมภาพันธ์ 2007
  • Windows Mobile 6.1 เปิดตัวเดือนเมษายน 2008
  • Windows Mobile 6.5 เปิดตัวเดือนตุลาคม 2009
  • Windows Phone 7.0 เปิดตัวเดือนตุลาคม 2010
  • Windows Phone 7.5 (Mango) เปิดตัวในงาน MWC 2011 (Metro UI)
  • Windows Phone 7.8 เปิดตัวเดือนกุมภาพันธ์ 2013
  • Windows Phone 8 (Apollo) เปิดตัวเดือนตุลาคม 2012 ซึ่งเปิดตัวก่อน Windows Phone 7.8 มาพร้อม Live Tile UI
3 ปัจจัยที่ทำให้ Windows Phone น่าสนใจ
  • Windows Phone เป็น OS บนอุปกรณ์พกพาที่พัฒนาขึ้นมาโดยบริษัท Microsoft ซึ่งสามารถที่จะใช้งานร่วมกับบริการต่างของ Microsoft บน Windows PC ได้อย่างครบครั้นไม่ว่าจะเป็นระบบฝากไฟล์แบบ Cloud บน One Drive, การใช้งาน Microsoft Office ทั้งบน Windows Phone และแบบออนไลน์ ฯลฯ เป็นต้น
  • ความลื่นไหลของ Windows Phone แม้รันบนสมาร์ทโฟนที่มีสเปกต่ำ ซึ่งจะเห็นได้จากการที่สมาร์ทโฟนหลายรุ่นที่รันบน Windows Phone นั้นส่วนใหญ่จะมี RAM มาให้เพียง 512 MB แต่ยังคงสามารถที่จะทำงานได้ลื่นไหลไม่ต่างจาก RAM 1 GB หรือสูงกว่านั้นเลยทีเดียว  
  • การมีบริษัทอย่าง Nokia เป็นผู้ผลิตรายหลัก ซึ่งทำให้สมาร์ทโฟน Windows Phone นั้นสามารถเรียกความสนใจจากผู้บริโภคทั่วโลกได้ด้วยเอกลักษณ์ของ Nokia ไม่ว่าจะเป็นเทคโนโลยีการถ่ายภาพ PureView ที่ขึ้นชื่อ, รวมถึงคุณภาพของผลิตภัณฑ์ที่มั่นใจได้, ความทนในการใช้งานที่หลายๆ คนติดใจและได้สัมผัสมาแล้วในรุ่นยอดฮิตหลายๆ รุ่นในอดีต ซึ่งทั้งหมดนี้สามารถการันตีได้ว่าสมาร์ทโฟน Windows Phone นั้นมีอะไรที่น่าสนใจอย่างแน่นอน
3 ปัจจัยที่ทำให้ Windows Phone ยังไม่เป็นที่นิยมจากผู้บริโภคส่วนมาก
  • แอพพลิเคชั่น แน่นอนว่าในปัจจุบันเรื่องของแอพพลิเคชั่นนั้นเรียกได้ว่าเป็นหัวใจหลักของ OS บนสมาร์ทโฟนในการดึงดูดผู้บริโภคให้ตัดสินใจใช้งาน OS นั้นๆเป็นอย่างมาก และถึงแม้ว่าในปัจจุบัน Windows Phone จะได้รับความสนใจจากผู้บริโภคทั่วโลกเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง แต่ปัญหาใหญ่ที่ยังคงเป็นจุดอ่อนของ Windows Phone อยู่นั้นคือเรื่องแอพพลิเคชั่น ซึ่งบน Windows Phone Store หากเรามองกันที่ยอดรวมซึ่งเป็นจำนวนทั้งหมดนั้นสามารถบอกได้ว่า Windows Phone มีแอพพลิเคชั่นให้ใช้งานเยอะมากไม่ต่างจาก 2 OS หลักเลยทีเดียวมีแอพพลิเคชั่นให้ใช้งานเป็นหลักแสนแอพฯ แต่หากมองลึกลงไปอีกนิดเราจะเห็นได้ว่าแอพพลิเคชั่นที่เป็นที่นิยมหรือได้รับความสนใจจากผู้ใช้งานส่วนมากนั้นยังคงมีอยู่น้อยมากเมื่อเทียบกับ Android/iOS 
  • อิสระในการใช้งานและ UI ที่ยังไม่เป็นมิตรกับผู้ใช้งาน ผู้บริโภคส่วนมากนั้นยังมอง (First Look) ว่า UI Live Tile ของ Windows Phone นั้นยังมีความยากในการเข้าใจที่จะใช้งานหรือก็คือใช้งานยากนั้นเอง และนอกจากนี้ถึงแม้ว่า Windows Phone ในบางรุ่นนั้นจะมีคุณสมบัติรองรับการใช้งาน SD Card ซึ่งเพิ่มความสะดวกในการย้ายไฟล์ต่างๆ ไปสู่ Device อื่นๆ ได้แต่จากการที่ Windows Phone นั้นเป็นระบบปฏิบัติการแบบปิดทำให้อิสระในการใช้งานนั้นก็ถูกปิดไปด้วยเช่นกัน โดยที่ผู้ใช้งานบางคนที่ชื่นชอบในการปรับแต่งสมาร์ทโฟนของตนนั้นจะไม่สามารถเข้าถึงการใช้งานในบางส่วนของเครื่องได้นั้นเอง และรวมถึงยังไม่มีนักพัฒนาฯ พัฒนาแอพพลิเคชั่นมาช่วยในด้านนี้มากเท่าไรนักเมื่อเทียบกับ 2 OS อย่าง Android/iOS
  • นักพัฒนาฯ ยังมีไม่เพียงพอในระบบ ซึ่งนับเป็นปัญหาสำคัญที่ทาง Nokia เองก็ทราบถึงปัญหานี้และกำลังทำทุกวิถีทางที่จะเรียกความสนใจและดูดนักพัฒนาฯ ทั่วโลกให้เข้าสู่ระบบมาอย่างต่อเนื่อง แต่จนถึงตอนนี้นักพัฒนาฯ ในระบบของ Windows Phone นั้นถึงจะเพิ่มขึ้นจากเดิมมากแต่ก็ยังคงมีไม่เพียงพอที่จะมาเพิ่มความหลากหลายในการใช้งานให้กับ Windows Phone นั้นเอง
ค่ายผู้ผลิตสมาร์ทโฟน Windows Phone ในปัจจุบัน 
ในปัจจุบัน Microsoft ยังคงเดินหน้าทาบทามบริษัทผู้ผลิตชั้นนำทั้งจากฝั่งแอนดรอยด์และผู้ผลิตชิ้นส่วนสมาร์ทโฟนต่างๆ ให้หันมาสนใจผลิตสมาร์ทโฟนบนระบบปฏิบัติการ Windows Phone อย่างต่อเนื่อง และตอนนี้ Microsoft ก็มีบริษัทพันธมิตรที่ร่วมมือทางธุรกิจอยู่หลายบริษัทเช่นกัน ได้แก่ Nokia, HTC, Samsung, LG, ZTE, Xolo, Huwei, Longcheer, Gionee, Foxconn, JSR และ Karbonn และคาดว่าในอนาคตอันใกล้นี้จะมีอีกหลายบริษัทชั้นนำเข้าร่วมเพิ่มอีกอย่างแน่นอน
Windows Phone เหมาะกับใคร?
สมาร์ทโฟนแต่ละเครื่องนั้นก็มีเอกลักษณ์เป็นของตนเองตามที่ผู้ผลิตแต่ละค่ายได้ดีไซน์ออกแบบมา เช่นเดียวกับผู้ใช้งานอย่างเราๆ ที่แต่ละคนก็มีไลฟ์สไตล์เป็นของตนเองเช่นกัน ดังนั้นคงจะอธิบายได้ยากว่าสมาร์ทโฟนรุ่นไหนเหมาะสมกับใคร แต่หากเป็นการแนะนำนั้นก็พอจะตอบได้ว่า Windows Phone นั้นเหมาะกับใคร ซึ่ง Windows Phone นั้นเหมาะกับผู้ใช้งานที่เน้นการใช้งานทั่วไปไม่ได้เน้นอะไรมากเช่น ดูหนัง, ฟังเพลงรวมถึงการเน้นถ่ายรูปในเหตุการณ์สำคัญต่างๆ จากจุดเด่นด้านกล้องถ่ายรูปของ Nokia นั้นเอง แต่ทั้งนี้สุดท้ายแล้วก็ขึ้นอยู่กับผู้ใช้งานในแต่ละคนที่จะเลือกใช้งานสมาร์ทโฟนให้ตอบโจทย์การใช้งานและเข้ากับไลฟ์สไตล์ของตนเองนั้นเอง

Video Preview


เป็นวิดีโอแสดงการทำงานของ Samsung Galaxy Tab S2 เป็นระบบปฏิบัติการ Android


เป็นวิดีโอแสดงการทำงานของ Ipad Pro เป็นระบบปฏิบัติการ ios




เป็นวิดีโอแสดงการทำงานของ Nokia Lumia 620 เป็นระบบปฏิบัติการ windows phone